การปิดเครือข่าย 2G และ 3G ในอิสราเอล: สิ่งที่ควรรู้
กระทรวงการสื่อสารของอิสราเอลกำลังผลักดันแผนเชิงกลยุทธ์ในการทยอยปิดเครือข่ายมือถือ 2G และ 3G ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2025 มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มระดับโลกที่กว้างขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารเคลื่อนที่ในอิสราเอลอย่างมีนัยสำคัญ และนำทรัพยากรคลื่นความถี่ที่มีค่าไปใช้กับเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า เช่น 4G และ 5G
💡 ทำไมจึงต้องปิดเครือข่ายเก่า?
เหตุผลหลักในการปิดเครือข่าย 2G และ 3G คือ การขับเคลื่อนเทคโนโลยีให้ก้าวหน้า เครือข่ายเหล่านี้ล้าสมัยและไม่สามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการสื่อสารข้อมูลบรอดแบนด์และบริการมัลติมีเดียได้ การปิดเครือข่ายเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการมือถือสามารถ:
- ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน 4G และ 5G: นำคลื่นความถี่วิทยุที่ถูกปล่อยออกมาไปใช้เพื่อขยายและเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่าย 4G และ 5G ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตและคุณภาพบริการ
- สอดคล้องกับแนวโน้มระดับโลก: อิสราเอลเข้าร่วมกับหลายประเทศทั่วโลกที่ได้ปิดหรือกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการปิดเครือข่ายเหล่านี้แล้ว
- เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน: ทำให้โครงสร้างพื้นฐานเรียบง่ายขึ้น และมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากกว่า
🗓️ ไทม์ไลน์หลัก
แผนนี้ดำเนินการเป็นหลายขั้นตอน:
- ตั้งแต่ 01/01/2022: ห้ามนำเข้าเชิงพาณิชย์สำหรับอุปกรณ์มือถือที่รองรับเฉพาะ 2G และ 3G เท่านั้น
- ตั้งแต่ 01/07/2023: การเชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่เข้ากับเครือข่ายทำได้เฉพาะอุปกรณ์ที่รองรับ 4G ขึ้นไป (พร้อม VoLTE) หรืออุปกรณ์ IoT/M2M ที่รองรับ NB-IoT และ/หรือ LTE-M
- ตั้งแต่ 31/12/2025 (หรือเร็วกว่านั้น): เครือข่าย 2G และ 3G จะถูก ปิดอย่างสมบูรณ์ ในผู้ให้บริการมือถือทุกรายในอิสราเอล อุปกรณ์ที่ไม่รองรับเทคโนโลยีขั้นสูงจะไม่สามารถรับบริการได้
📱 สิ่งนี้จะส่งผลต่อคุณอย่างไร?
ผลกระทบหลักจะเกิดกับผู้ใช้ที่ใช้อุปกรณ์มือถือรุ่นเก่าหรืออุปกรณ์สื่อสารระหว่างเครื่องจักร (M2M) ที่ทำงานบนเทคโนโลยี 2G และ 3G
- อุปกรณ์มือถือ: ตั้งแต่ปลายปี 2025 อุปกรณ์ 2G และ 3G (เช่น โทรศัพท์แบบ “ฟีเจอร์โฟน” รุ่นเก่า) จะไม่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายและจะไม่ได้รับบริการ อุปกรณ์ 4G ที่ไม่รองรับเทคโนโลยี VoLTE (Voice over LTE) ก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน และจะไม่สามารถโทรออกหรือรับสายได้
- อุปกรณ์ M2M/IoT: ระบบต่าง ๆ เช่น ประตูไฟฟ้า เซ็นเซอร์ไฟ ระบบรดน้ำ ระบบรักษาความปลอดภัย และอื่น ๆ ที่อิงกับเทคโนโลยีเก่าจะหยุดทำงาน
- การแจ้งเตือนฉุกเฉิน: การแจ้งเตือนฉุกเฉินที่ช่วยชีวิตซึ่งส่งไปยังอุปกรณ์มือถือในช่วงเหตุฉุกเฉิน อาจไม่ได้รับหรือส่งไม่ถูกต้องไปยังอุปกรณ์ที่รองรับเฉพาะ 2G และ 3G เท่านั้น
✅ ควรเตรียมตัวอย่างไร?
เพื่อป้องกันความไม่สะดวกหรือการถูกตัดขาดจากบริการ ขอแนะนำให้ดำเนินการดังต่อไปนี้:
-
ตรวจสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์:
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโทรศัพท์มือถือของคุณรองรับเทคโนโลยี 4G ขึ้นไป
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าฟังก์ชัน VoLTE เปิดใช้งานอยู่ในอุปกรณ์ของคุณ
- สามารถตรวจสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ผ่านเว็บไซต์ของผู้ให้บริการมือถือหรือศูนย์บริการของผู้ให้บริการนั้น ๆ (เช่น บริษัท Pelephone สามารถตรวจสอบความเข้ากันได้โดยใช้หมายเลข IMEI ของอุปกรณ์)
-
อัปเกรดอุปกรณ์และเครื่องมือ:
- หากคุณมีอุปกรณ์รุ่นเก่าที่ไม่รองรับ 4G/5G หรือ VoLTE ควรเตรียมเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ที่ทันสมัยกว่า ก่อนสิ้นปี 2025
- หากคุณมีอุปกรณ์ M2M/IoT ที่ไม่รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง (NB-IoT / LTE-M) ควรพิจารณาอัปเกรดหรือเปลี่ยนใหม่
-
ทำความเข้าใจ VoLTE: VoLTE (Voice over LTE) คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้โทรด้วยเสียงคุณภาพสูงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 4G แทนการใช้งานบนเครือข่าย 2G/3G แบบเก่า การเปิดใช้งาน VoLTE เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้สามารถใช้บริการโทรต่อไปได้
การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นและทำให้บริการสื่อสารของคุณใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง